แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 14
1
โพสฟรี / โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 15:51:39 »
โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้มากในเพศชาย โดยเกิดจากเซลล์ที่เจริญเติบโตอย่างผิดปกติช้า ๆ บริเวณต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย มีลักษณะคล้ายลูกเกาลัดเล็ก ๆ ทำหน้าที่ผลิตน้ำสำหรับหล่อเลี้ยงและลำเลียงอสุจิ

สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากในปัจจุบันยังไม่เป็นที่ทราบแต่ชัด แต่อาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น อายุที่มากขึ้น โรคอ้วน กรรมพันธุ์ รวมถึงการสัมผัสสารเคมีหรือรังสีบางชนิด โดยมะเร็งต่อมลูกหมากจัดเป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับ 4 ของชายไทย และมีแนวโน้มที่อัตราการเกิดมะเร็งชนิดนี้จะสูงขึ้นทุกปี


อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มแรกจะไม่แสดงอาการจนกว่าเนื้องอกจะไปทำให้ต่อมลูกหมากใหญ่โตขึ้น หรือเมื่อมะเร็งเริ่มลุกลามไปเกินกว่าบริเวณต่อมลูกหมาก เซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตขึ้นจนเกิดแรงกดทับต่อท่อปัสสาวะเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมักมีปัญหาเกี่ยวกับการถ่ายปัสสาวะ ดังนี้

    ปัสสาวะออกยาก
    ปัสสาวะขัด แผ่ว
    ปวดปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน
    รู้สึกว่ายังปัสสาวะไม่สุด

มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะที่เป็นมากยังอาจมีอาการอื่น ๆ เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนล้า มีอาการบวมที่ร่างกายส่วนล่างลงไป ขาอ่อนล้าหรือขยับไม่ได้ และมักมีอาการท้องผูกร่วมด้วย มีอาการอ่อนแรง อาจเจ็บบริเวณเชิงกราน หรือหลังส่วนล่าง


สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมาก

แพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างแน่ชัด รู้เพียงแต่ว่าเกิดจากเซลล์ในต่อมลูกหมากที่ผิดปกติและมีการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเอจนเซลล์เติบโตและขยายขึ้นรวดเร็วกว่าปกติ ทำให้ลุกลามทำลายเซลล์ที่ปกติในบริเวณดังกล่าว ในขณะที่เซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้จะมีชีวิตต่อไป และก่อให้เกิดเนื้องอกที่สามารถลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้าง ทั้งยังอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย

มะเร็งต่อมลูกหมากยังอาจเกิดได้จากปัจจัยอื่น ๆ โดยบุคคลเหล่านี้อาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้สูง ไม่ว่าจะเป็น

    ผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดนี้ยิ่งขึ้น โดยการวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่นั้นพบในชายอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
    บุคคลในครอบครัวเคยป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีพ่อ พี่ชาย หรือน้องชายอายุต่ำกว่า 60 ปีที่เป็นโรคนี้ หรือมีญาติผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม อาจทำให้มีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงขึ้น
    ผู้ป่วยโรคอ้วน มีงานวิจัยบางส่วนพบว่ามะเร็งต่อมลูกหมากอาจเชื่อมโยงกับการเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้โรคอ้วนยังอาจเพิ่มความรุนแรงของมะเร็งและส่งผลให้ยากต่อการรักษา
    ผู้ที่รับสารเคมีหรือรังสีที่อาจก่อมะเร็งบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย เช่น ฝนเหลือง (Agent Orange)

โดยมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดที่พบได้บ่อยคือ มะเร็งชนิดต่อม (Adenocarcinoma) ซึ่งจะพัฒนาจากเซลล์ภายในต่อมลูกหมากเอง แต่มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ชนิดอื่น ๆ อย่างมะเร็งชนิดเซลล์ขนาดเล็ก (Small Cell Carcinoma) มะเร็งชนิดเซลล์ทรานซิชัน (Transitional Cell Carcinoma) มะเร็งเน็ท (Neuroendocrine Tumor: NET) และมะเร็งชนิดเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Sarcoma) ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่มักพบได้น้อยมาก


การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก

การวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยแพทย์จะพูดคุยกับผู้ป่วยถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกการวินิจฉัยที่เหมาะสมและสบายใจที่สุด

การตรวจเบื้องต้น (Screening Test) จะแนะนำให้ตรวจเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออาจเร็วกว่านั้นในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดนี้สูง โดยอาจทำได้ด้วยการตรวจทางทวารหนัก และการเจาะเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งในต่อมลูกหมาก ซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้


การเจาะเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งในต่อมลูกหมาก (Prostate-specific Antigen: PSA)

แพทย์จะเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาร PSA ในกระแสเลือด ซึ่งระดับค่าของสารที่สูงกว่าปกติอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ การอักเสบ การขยายใหญ่ของต่อมลูกหมาก รวมถึงการเกิดมะเร็งได้ด้วย


การตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam: DRE)

เนื่องจากต่อมลูกหมากนั้นอยู่ติดกับทวารหนัก แพทย์จึงสามารถสวมถุงมือแล้วสอดนิ้วเข้าไปในทวารหนักของคนไข้เพื่อตรวจดูว่าพื้นผิว รูปร่าง และขนาดของต่อมลูกหมากเกิดความผิดปกติใด ๆ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การตรวจเบื้องต้นทั้งสองชนิดไม่อาจวินิจฉัยได้แน่ชัด และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้ ซึ่งหลังจากการวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยการตรวจ PSA และ DRE แล้ว หากพบความผิดปกติใด ๆ แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยรับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหามะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้


การตรวจอัลตราซาวด์

การอัลตราซาวด์ผ่านทางทวารหนักด้วยการใช้เครื่องมือสำหรับตรวจชิ้นเล็ก ๆ แหย่เข้าไปทางทวารหนัก แล้วใช้คลื่นเสียงช่วยในการถ่ายภาพของต่อมลูกหมาก ซึ่งเครื่องมือนี้ยังนำไปใช้ในการช่วยวินิจฉัยด้วยวิธีตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากได้ด้วย


การตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก (TRUS)

แพทย์จะเก็บชิ้นเนื้อตัวอย่างจากต่อมลูกหมากด้วยการใช้เข็มขนาดบางสอดเข้าไปตามทวารหนัก โดยมีอุปกรณ์อัลตราซาวน์ช่วยนำทางให้สามารถสอดเข็มผ่านผนังช่องทวารหนักแล้วเจาะไปยังต่อมลูกหมากเพื่อนำชิ้นเนื้อที่ได้ส่งวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่

หากวินิจฉัยพบเนื้อร้ายจากชิ้นเนื้อตัวอย่าง แพทย์จะวิเคราะห์ต่อไปว่าเซลล์มะเร็งดังกล่าวน่าจะแพร่กระจายไปมากน้อยเพียงใด แล้วดูระยะของมะเร็ง เพื่อพิจารณาถึงวิธีการรักษาอย่างเหมาะสมในขั้นต่อไป

ส่วนในกรณีที่เซลล์มะเร็งมีโอกาสแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นของร่างกายได้สูง การตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ อาจนำมาใช้ร่วมด้วย เช่น

    การถ่ายภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือซีทีสแกน (CT scan) เพื่อให้สามารถมองเห็นส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย
    การตรวจสแกนกระดูก (Isotope Bone Scan) สำหรับการวินิจฉัยมะเร็งที่แพร่กระจายไปยังกระดูก โดยใช้สารทึบรังสีฉีดเข้าสู่เส้นเลือด สารนี้จะไปสะสมอยู่บริเวณกระดูกที่เกิดความผิดปกติและมองเห็นเป็นสีขึ้นมา

ทั้งนี้ มะเร็งต่อมลูกหมากสามารถแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้

    ระยะที่ 1 ระยะแรกเริ่มของโรค เซลล์มะเร็งมีขนาดเล็กและไม่รุนแรงเมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
    ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งอาจยังมีขนาดเล็กอยู่ แต่ค่อนข้างมีความรุนแรง หรือในบางรายเซลล์มะเร็งอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นและเจริญเติบโตไปทั้งสองข้างของต่อมลูกหมาก
    ระยะที่ 3 เป็นระยะมะเร็งลุกลามออกจากบริเวณต่อมลูกหมากไปยังระบบสืบพันธุ์หรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ รอบข้าง
    ระยะที่ 4 เซลล์มะเร็งเติบโตจนรุกล้ำเข้าไปยังอวัยวะที่อยู่ใกล้อย่างกระเพาะปัสสาวะ หรือแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลือง กระดูก ปอด หรืออวัยวะอื่น ๆ

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การตัดสินใจเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเร็วในการเจริญเติบโตของมะเร็ง การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และผลข้างเคียงของการรักษาด้วยวิธีนั้น ๆ ซึ่งจะรักษาหายขาดหรือทำได้เพียงประคองอาการก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โดยวิธีรักษาที่แพทย์ใช้กันจะมีดังนี้


การเฝ้าระวังโรค (Active Surveillance)

การตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่ระยะเริ่มแรกอาจไม่จำเป็นต้องรักษาโดยทันที แพทย์อาจเฝ้าระวังด้วยการให้ผู้ป่วยตรวจเลือด (PSA) ตรวจทางทวารหนัก (DRE) และอาจตรวจชิ้นเนื้อเพื่อดูการพัฒนาของเซลล์มะเร็ง หากพบมะเร็งมีการเจริญเติบโตขึ้นก็อาจใช้การรักษาวิธีอื่นต่อไป

การเฝ้าระวังโรคอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการของมะเร็ง มะเร็งที่คาดว่าจะเติบโตช้าและอยู่ในบริเวณเล็ก ๆ ของต่อมลูกหมาก และยังอาจใช้ประคองอาการผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายแรงชนิดอื่นอยู่ด้วย หรือผู้ป่วยที่มีอายุมากแล้วที่การรักษาทำได้ยาก

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีความเสี่ยงที่มะเร็งจะเติบโตและแพร่กระจายไปในระหว่างการเฝ้าระวัง อาจส่งผลให้โอกาสในการรักษาหายนั้นน้อยลงไป


การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก

การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นตัวเลือกในการรักษามะเร็งที่คาดว่าจะแพร่กระจายออกไปนอกต่อมลูกหมาก โดยวิธีหลักคือ การผ่าเอาต่อมลูกหมากทั้งหมดออกไป (Radical Prostatectomy) รวมถึงเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ และต่อมน้ำเหลืองบางส่วนออกด้วย

การผ่าตัดอาจเสี่ยงต่อภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ทั้งนี้ผลข้างเคียงอื่น ๆ ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกระบวนการผ่าตัดที่เลือกใช้ อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยด้วย


การฉายรังสีบำบัด

การรักษาด้วยการใช้รังสีพลังงานสูงฆ่าเซลล์มะเร็งทำได้ 2 ทางคือ การฉายรังสีจากภายนอกร่างกายด้วยรังสีเอกซเรย์หรือรังสีโปรตอน ทำสัปดาห์ละ 5 วันเป็นเวลา 4–8 สัปดาห์ และการฉายรังสีจากภายในร่างกาย โดยนำเมล็ดรังสีขนาดเท่าเมล็ดข้าวใส่ลงในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก ซึ่งเมล็ดเหล่านี้จะเปล่งรังสีออกมาเรื่อย ๆ เป็นเวลานานจนรังสีหมดไปเอง
และไม่จำเป็นต้องนำออกจากร่างกาย

วิธีนี้เหมาะสำหรับการรักษามะเร็งที่เกิดเฉพาะแห่งและมะเร็งที่เติบโตขึ้นในต่อมลูกหมาก และยังช่วยลดการลุกลามของมะเร็ง รวมถึงบรรเทาอาการต่าง ๆ

ผลข้างเคียงของการทำรังสีบำบัดที่อาจเกิดขึ้นช่วงสั้น ๆ คือ อาการเจ็บหรือระคายเคืองที่ทวารหนัก ท้องเสีย เหนื่อยล้า กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะแล้วเจ็บ และขนที่อวัยวะเพศร่วง ส่วนผลข้างเคียงระยะยาวอาจทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ปัสสาวะขัด หรือมีปัญหาที่เกี่ยวกับการขับถ่ายทางทวารหนัก ได้แก่ ท้องเสีย มีเลือดออกหรือระคายเคืองที่ทวารหนัก

การรักษาด้วยวิธีนี้มีโอกาส 1 ใน 3 ที่ผู้ป่วยจะกลับไปเผชิญกับมะเร็งต่อมลูกหมากอีกครั้ง แพทย์จะเลือกใช้การใช้ยาในการควบคุมมะเร็ง แต่จะไม่ใช้การผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัดนั้นมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูงในผู้ป่วยที่เคยได้รับรังสีบำบัดมาก่อน และหากการทำรังสีบำบัดล้มเหลวก็อาจเลือกใช้การรักษาด้วยการอัลตราซาวด์ความถี่สูง (HIFU) และการรักษาด้วยความเย็นจัด (Cryotherapy) ต่อไป


ฮอร์โมนบำบัด

การรักษาเพื่อยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนของร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะทำให้มะเร็งต่อมลูกหมากเติบโตขึ้น การยับยั้งฮอร์โมนนี้จึงเท่ากับเป็นการลดการพัฒนาของเซลล์มะเร็งหรือทำให้เซลล์ตาย การลดระดับฮอร์โมนนี้ในร่างกายอาจทำโดยใช้ยายับยั้งการผลิตเทสโทสเตอร์โรน ยาต้านการเข้าสู่เซลล์มะเร็งของเทสโทสเตอร์โรน หรือการผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออกก็ได้

การรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัดมักใช้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากที่มะเร็งพัฒนาขึ้นมากแล้ว โดยช่วยให้เซลล์มะเร็งหดตัวเล็กลงและเติบโตช้าลง รวมถึงผู้ป่วยระยะแรกก็อาจใช้วิธีนี้หดเซลล์มะเร็งให้เล็กลง ก่อนที่จะบำบัดด้วยรังสีต่อไป จะช่วยให้ได้ผลยิ่งขึ้น นอกจากนี้ฮอร์โมนบำบัดยังอาจใช้หลังจากทำรังสีบำบัด เพื่อลดการเกิดเซลล์มะเร็งอีกครั้ง

ผลข้างเคียงจากการรักษาชนิดนี้ ได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หน้าอกบวมและนิ่มลง ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก กระดูกพรุน น้ำหนักขึ้น

 
การทำเคมีบำบัด

การใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็งที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยฉีดเข้าเส้นเลือดดำที่แขนหรือรับประทานยาก็ได้ มักใช้กับมะเร็งต่อมลูกหมากที่แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นของร่างกายและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด การทำเคมีบำบัดไม่อาจช่วยรักษาให้หายได้ แต่จะควบคุมการเกิดมะเร็งและอาการที่เกิดขึ้น

ผลข้างเคียงหลักของการทำเคมีบำบัดคือจะกระทบต่อเซลล์ปกติบริเวณรอบ เช่น เซลล์ภูมิคุ้มกัน และอาจเกิดการติดเชื้อ คลื่นไส้ อาเจียน แผลร้อนในในปาก อ่อนล้า ผมร่วง หรือไม่อยากอาหาร แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้อาจสามารถควบคุมได้บ้างด้วยการใช้ยาอื่น ๆ ป้องกัน


การทำ HIFU (High Intensity Focus Ultrasound)

การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูงช่วยกำจัดก้อนมะเร็งที่อยู่เฉพาะที่ต่อมลูกหมากโดยตรง แต่จะไม่รุกล้ำร่างกายเช่นการผ่าตัดอื่น ๆ โดยแพทย์อาจพิจารณาการทำ HIFU ก่อนการรักษาอื่นหรือเมื่อการฉายแสงไม่ได้ผล

HIFU มีข้อจำกัดที่รักษาได้เพียงมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้น และต้องตรวจด้วยเอ็มอาร์ไอ (MRI Scan) หรืออัลตราซาวด์แล้วพบความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง ไม่อาจรักษามะเร็งในระยะแพร่กระจายและตรวจด้วยเอ็มอาร์ไอหรืออัลตราซาวด์ไม่พบได้

การรักษาด้วย HIFU นั้นก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำมาก แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการผิวไหม้ได้ สำหรับผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน แต่ที่มักพบได้บ่อยก็เช่น ปัญหาในการปัสสาวะ และหย่อนสมรรถภาพทางเพศ


การรักษาด้วยความเย็นจัด (Cryotherapy)

การรักษาด้วยการใช้ความเย็นจัดช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยการใช้เข็มเล็ก ๆ สอดเข้าไปในต่อมลูกหมากทางผนังทวารหนัก เข็มเหล่านี้บรรจุแก๊สเย็นจัดที่จะช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณรอบต่อมลูกหมากแข็งตัว จากนั้นทำอีกครั้ง แต่คราวนี้ใช้เข็มบรรจุแก๊สร้อนเพื่อให้เนื้อเยื่ออุ่นลง กระบวนการนี้จะช่วยให้เซลล์มะเร็งและเนื้อเยื่อบริเวณรอบตายลงได้

การรักษาด้วยความเย็นบางครั้งใช้กับมะเร็งที่ไม่แพร่กระจายไปเกินกว่าบริเวณต่อมลูกหมาก โดยอาจเป็นทางเลือกรองเมื่อการใช้รังสีบำบัดไม่ได้ผล ทั้งนี้ยังไม่สามารถยืนยันถึงผลการรักษาระยะยาว ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้คือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ผลข้างเคียงอย่างปัญหาเกี่ยวกับทวารหนักหรือเป็นแผลทะลุเองก็เกิดขึ้นได้ เพียงแต่พบได้ไม่บ่อย

นอกจากการรักษาข้างต้น ในต่างประเทศยังมีอีกวิธีคือ ชีวบำบัด เป็นการใช้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง โดยจะนำเอาเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยไปทำพันธุวิศวะกรรมในห้องปฏิบัติการให้สามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง จากนั้นจึงฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นเลือดดำอีกครั้ง ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการนำวิธีนี้มาใช้ในประเทศไทย


ภาวะแทรกซ้อนของมะเร็งต่อมลูกหมาก

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากและการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดังนี้


มะเร็งแพร่กระจาย

มะเร็งอาจเกิดการแพร่กระจายไปยังอวัยวะบริเวณใกล้ เช่น กระเพาะปัสสาวะ และอาจแพร่ผ่านทางกระแสเลือดหรือระบบต่อมน้ำเหลืองไปยังกระดูกและอวัยวะอื่น ๆ ทำให้มีอาการต่อไปนี้ได้

    เจ็บปวดรุนแรง
    กระดูกแตกและร้าว
    เมื่อยที่สะโพก ต้นขา หรือหลัง แขนขาอ่อนแรง
    ระดับแคลเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มึนงง
    เกิดการกดทับไขสันหลัง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่

ทั้งนี้ ภาวะแทรกซ้อนจากการกระจายตัวของมะเร็งที่กระดูกสามารถบรรเทาด้วยยารับประทานกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate) หรือยาฉีดดีโนซูแมบ (Denosumab)


ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

ภาวะนี้เป็นทั้งภาวะแทรกซ้อนจากโรคและผลข้างเคียงจากการรักษา เนื่องจากอยู่ติดกับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ การรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่จะขึ้นอยู่กับชนิดของอาการที่เป็น ความรุนแรง รวมถึงแนวโน้มในการหาย ทางเลือกในการรักษานั้นได้แก่ การใส่แผ่นซับปัสสาวะ การใช้ยา การสวนปัสสาวะ และการผ่าตัด


หย่อนสมรรถภาพทางเพศ

การเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากและการรักษา เช่น การผ่าตัด การทำรังสีบำบัด และฮอร์โมนบำบัด อาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการตอบสนองของอวัยวะเพศชาย เนื่องจากอยู่ใกล้ต่อมลูกหมากมาก โดยปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เกิดขึ้นนี้อาจรักษาได้ด้วยการใช้ยา การใช้อุปกรณ์สูญญากาศที่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว และการผ่าตัด

2
"รีไฟแนนซ์บ้าน" ทั้งที รับวงเงินให้เต็ม 100% เลยดีไหม? 1 ในข้อเสนอดีๆ ในการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนชาต

สินเชื่อบ้านที่กำลังผ่อนจ่ายอยู่นั้น...ดอกเบี้ยแพงมากเกินไปหรือไม่? สำหรับใครที่กำลังต้องการดอกเบี้ยผ่อนบ้านที่ถูกลง หรือกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินจากการผ่อนชำระค่างวดสินเชื่อบ้านอยู่ สินเชื่อ "รีไฟแนนซ์บ้าน" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกและเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาเหล่านี้ เพราะสินเชื่อ "รีไฟแนนซ์บ้าน" คือ การกู้ยืมเงินก้อนใหม่จากธนาคารที่เราเป็นหนี้อยู่ หรือจะกู้ยืมเงินจากธนาคารใหม่มาโปะหนี้ก้อนเดิม เพื่อให้ดอกเบี้ย และยอดผ่อนชำระต่อเดือนถูกลง ผ่อนหมดเร็วขึ้น ทั้งนี้ จะดีกว่ามั้ย?...ถ้าการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้รับวงเงินเต็มๆ ไปเลย 100% ดังนั้น จะต้องทำยังไง? ขอกู้ที่ไหน? มาดูกันเลยค่ะ

เตรียมตัวยังไง...ให้กู้ผ่านฉลุย!!
แน่นอนว่าคนที่ขอกู้เงินจากธนาคารย่อมต้องคิดว่าจะได้เงินจากการกู้ยืมมาใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็น แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือไม่ได้รับการอนุมัติวงเงินกู้จากธนาคารไม่ว่าจะสาเหตุอะไร ก็ย่อมทำให้ผู้ขอกู้เสียความรู้สึกได้ ดังนั้น เรามาดูไปพร้อมๆ กันว่า จะต้องเตรียมตัวยังไง...ให้สามารถกู้เงินได้ผ่านแบบฉลุย

ต้องกู้ที่ไหน...ถึงได้วงเงินเต็ม 100%
ร้อยทั้งร้อยคนที่ต้องการใช้เงินโดยใช้วิธีการขอสินเชื่อจากธนาคาร นอกจากจะคาดหวังให้ผ่านการอนุมัติแล้ว ยังต้องการที่จะได้วงเงินอนุมัติจำนวนเยอะๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อซื้อบ้าน หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ถ้ากู้แล้วได้รับวงเงินอนุมัติที่เต็ม 100% ก็จะทำให้เราไม่เหนื่อยกับการไปหาเงินหรือเอาเงินเก็บออกมาใช้จ่ายในส่วนที่ขาดอยู่นั่นเอง แต่การที่จะกู้เงินให้ได้แบบเต็ม 100% นี้ จะขอกู้ที่ไหน? วันนี้ CheckRaka.com มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ ไปรีวิวสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านที่ให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% กันเลยค่ะ

สินเชื่อบ้านธนชาตรีไฟแนนซ์
จ่ายน้อย ผ่อนสบาย กับ สินเชื่อบ้านธนชาตรีไฟแนนซ์
 อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เริ่มต้น 3.29%
 รีไฟแนนซ์ทุกโครงการ พร้อมวงเงินพิเศษ (top Up)
 วงเงินอนุมัติสูงสุด 100%
สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อไถ่ถอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารอื่น ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ และระยะเวลาผ่อนชำระนาน พร้อมให้วงเงินกู้เพิ่มเพื่อใช้จ่ายตามความต้องการ


ใครมีสิทธิ์กู้บ้าง?

 บุคคลธรรมดา
 สัญชาติไทย หรือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย กรณีที่ไม่มีสัญชาติไทยต้องมีเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย หรือใบต่างด้าว หรือมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ทร.14)
 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
 มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน/คน
 อายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปี หากไม่ถึง 1 ปี ต้องมีเอกสารหรือหนังสือรับรองจากที่ทำงานเดิมมาแสดงว่ามีอายุงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
 กรณีผู้กู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
 กรณีมีผู้กู้ร่วม ผู้กู้ร่วมต้องมีส่วนในการผ่อนชำระหนี้ และต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน
 กรณี Refinance ต้องมีประวัติผ่อนชำระกับสถาบันการเงินอื่นมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และบัญชีมีสถานะล่าสุด เป็นปกติ

มีเวลาผ่อนชำระเท่าไหร่?

ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี โดยกำหนดอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ผ่อนชำระ ตามแต่กรณี ดังนี้
 อาชีพพนักงานประจำ อายุรวมไม่เกิน 65 ปี
 เจ้าของธุรกิจ / ผู้ประกอบอาชีพอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ โดยเฉพาะ อายุรวมไม่เกิน 70 ปี

หลักทรัพย์ใช้ค้ำประกัน คืออะไร?
 บ้านพร้อมที่ดิน , ทาวน์เฮ้าส์ , ทาวน์โฮม , โฮมออฟฟิศ , อาคารพาณิชย์ และอาคารชุด (คอนโดมิเนียม)
ราคาหลักทรัพย์ขั้นต่ำเท่าไหร่?
  กรุงเทพและปริมณฑล 700,000 บาท / ต่างจังหวัด 500,000 บาท

ได้วงเงินอนุมัติเท่าไหร่?
 วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า
 กรณีเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการกับธนาคาร เงื่อนไขเป็นไปตามรายละเอียดของแต่ละโครงการ
หมายเหตุ : ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของธนาคาร


อัตราดอกเบี้ยแพงมั้ย?

อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.29% ต่อปี

 สามารถขอเพิ่มวงเงินกู้ เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบคุ้มครองวงเงินกู้ (MRTA) ได้
 สิทธิพิเศษ ธนาคารจะมอบส่วนลดอัตราดอกเบี้ยจำนวน 12 เดือน ในกรณีลูกค้าทำประกันชีวิตที่คุ้มครองวงเงินกู้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 กับบริษัทผู้รับประกันตามนโยบายของธนาคาร โดยอายุกรมธรรม์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของอายุสัญญากู้เงิน และไม่ต่ำกว่า 10 ปี หรือทำประกันชีวิตที่คุ้มครองวงเงินกู้ทั้งจำนวน กับบริษัทผู้รับประกันตามนโยบายของธนาคาร โดยอายุกรมธรรม์ไม่ต่ำกว่าอายุสัญญากู้เงินหรือไม่ต่ำกว่า 10 ปี
ซื้อประกันชีวิต MRTA : ลดอัตราดอกเบี้ย 0.15%
ซื้อประกันชีวิต MRTA Plus : ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%

ค่าธรรมเนียมมีอะไรบ้าง?
 ค่าประเมินราคาหลักประกันรายย่อยขั้นต่ำ 3,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมค่าพาหนะ (ถ้ามี) สำหรับกรณีต่างจังหวัด นอกเหนือจากนั้นคิดตามระเบียบที่ธนาคารกำหนด ยกเว้นค่าธรรมเนียมการประเมินราคาหลักประกัน (เฉพาะโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมรายการกับธนาคาร)
 กรณีผู้กู้ชำระคืนเงินกู้เพื่อไปใช้บริการสถาบันการเงินอื่นภายในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันทำสัญญากู้เงิน คิดค่าธรรมเนียม (Refinance Fee) 3% ของภาระหนี้คงเหลือ

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้านได้ 100%
วงเงินอนุมัติ เป็นอีก 1 เรื่องสำคัญของผู้กู้ที่มีความต้องการอยากได้วงเงินเยอะๆ ยิ่งได้ 100% ก็จะยิ่งดี เพราะคนที่ขอกู้ส่วนใหญ่ต้องการนำเงินมาปิดหนี้เดิมให้ครอบคลุมทั้งหมด และถ้ามีเงินเหลือจากการปิดหนี้ก้อนเดิมแล้วก็ยังสามารถนำเงินส่วนต่างนั้นมาใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็นได้อีก ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งผู้กู้ส่วนใหญ่ก็จะมองหาธนาคารที่ให้วงเงินอนุมัติแบบเต็ม 100% อย่างเช่น สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ของธนาคารธนชาต ตามที่เรานำมาให้ดู เป็นต้น ดังนั้น เรามาดูข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้านได้ 100% ว่ามีดียังไงกันค่ะ

เมื่อได้พิจารณาจากทั้งหมดนี้แล้ว ก็จะรู้ว่าเรามีความสามารถที่จะเริ่มเป็นหนี้ก้อนนี้ได้หรือไม่!! สุดท้ายนี้เราหวังว่าเทคนิคที่นำเสนอจะช่วยให้ทุกคนเป็นหนี้แบบสร้างสรรค์ที่ทำให้ "ชีวิตดี๊ดี" ตลอดไปนะคะ

3
การเลือกแปรงสีฟันสำหรับลูกน้อย จัดฟันเด็ก ควรเลือกอย่างไร

การเลือกแปรงสีฟันสำหรับลูกน้อยที่กำลังจัดฟันนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ทำอันตรายต่อเครื่องมือจัดฟัน ควรพิจารณาปัจจัยดังนี้:

1. ขนแปรง:

ขนนุ่มพิเศษ (Extra-soft): ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มพิเศษ เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปาก เนื่องจากเด็กที่จัดฟันมักมีอาการเจ็บเหงือกได้ง่าย
ปลายมน: ขนแปรงควรมีปลายมน เพื่อลดการเสียดสีและป้องกันการทำร้ายเหงือก
ขนแปรงเรียงเป็นแนวตรง: แปรงสีฟันที่ออกแบบมาสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะจะมีขนแปรงเรียงเป็นแนวตรง และมีความยาวของขนแปรงที่ไม่เท่ากัน เพื่อให้สามารถทำความสะอาดรอบๆ เครื่องมือจัดฟันได้อย่างทั่วถึง


2. หัวแปรง:

ขนาดเล็ก: หัวแปรงควรมีขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถเข้าถึงซอกมุมต่างๆ ในช่องปากได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ เครื่องมือจัดฟัน
รูปทรงเรียว: หัวแปรงควรมีรูปทรงเรียว เพื่อให้สามารถทำความสะอาดฟันด้านในได้สะดวก


3. ด้ามแปรง:

ด้ามจับถนัดมือ: ด้ามแปรงควรมีขนาดและรูปทรงที่เด็กสามารถจับได้ถนัดมือ เพื่อให้ควบคุมการแปรงฟันได้ง่ายขึ้น


4. แปรงสีฟันไฟฟ้า:

แปรงสีฟันไฟฟ้าสามารถช่วยทำความสะอาดฟันได้ดีกว่าแปรงสีฟันทั่วไป แต่ควรเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีหัวแปรงขนาดเล็กและขนแปรงนุ่มพิเศษ
หากใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ควรให้เด็กใช้ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กแปรงฟันอย่างถูกวิธี


5. แปรงซอกฟัน:

แปรงซอกฟันเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคนจัดฟัน ช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟันและรอบๆ เครื่องมือจัดฟันที่แปรงสีฟันทั่วไปเข้าไม่ถึง
ควรเลือกแปรงซอกฟันที่มีขนาดเหมาะสมกับช่องว่างระหว่างฟันและเครื่องมือจัดฟัน


คำแนะนำเพิ่มเติม:

ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน หรือเมื่อขนแปรงเริ่มบาน
ให้เด็กแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังอาหารทุกมื้อ
ควรให้เด็กใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน
ควรพาลูกน้อยไปพบทันตแพทย์จัดฟันตามนัดหมาย เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและปรับเครื่องมือจัดฟัน

การเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสมและการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การจัดฟันของลูกน้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของปัญหาช่องปากต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

4
ค่าความร้อนสำคัญต่อการใช้ท่อลมร้อนหรือไม่

ค่าความร้อนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ท่อลมร้อนในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีผลต่อการเลือกใช้วัสดุ การออกแบบระบบ และประสิทธิภาพการทำงานของท่อลมร้อน ดังนี้:

1. การเลือกใช้วัสดุ
ความทนทานต่ออุณหภูมิ: วัสดุที่ใช้ทำท่อลมร้อนต้องทนทานต่ออุณหภูมิสูงของลมร้อน เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ การละลาย หรือการเสียรูปทรง
การนำความร้อน: วัสดุที่มีค่าการนำความร้อนต่ำจะช่วยลดการสูญเสียความร้อนจากท่อลม ทำให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขยายตัวทางความร้อน: วัสดุต้องมีค่าการขยายตัวทางความร้อนที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการแตกร้าวหรือการเสียรูปทรงเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

2. การออกแบบระบบ
การสูญเสียความร้อน: การคำนวณการสูญเสียความร้อนจากท่อลมเป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบระบบ เพื่อเลือกขนาดท่อลมและฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสม
การระบายอากาศ: การออกแบบระบบระบายอากาศต้องคำนึงถึงอุณหภูมิของลมร้อน เพื่อให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอและป้องกันการสะสมความร้อน
การป้องกันอันตราย: การติดตั้งฉนวนกันความร้อนและอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอันตรายจากความร้อนสูง

3. ประสิทธิภาพการทำงาน
การสูญเสียพลังงาน: การสูญเสียความร้อนจากท่อลมทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ประสิทธิภาพการระบายอากาศ: อุณหภูมิของลมร้อนมีผลต่อประสิทธิภาพการระบายอากาศ หากอุณหภูมิสูงเกินไป อาจทำให้การระบายอากาศไม่เพียงพอ
ความปลอดภัย: ความร้อนสูงเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานและอุปกรณ์ต่างๆ

ตัวอย่างการใช้งาน
โรงงานผลิตเหล็ก: ใช้ท่อลมร้อนเพื่อระบายความร้อนจากเตาหลอมและอุปกรณ์ต่างๆ
โรงงานปิโตรเคมี: ใช้ท่อลมร้อนเพื่อระบายไอระเหยของสารเคมีและก๊าซไวไฟ
โรงงานผลิตอาหาร: ใช้ท่อลมร้อนเพื่อระบายความร้อนและความชื้นจากกระบวนการผลิต

ดังนั้น ค่าความร้อนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเลือกใช้และออกแบบระบบท่อลมร้อน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน

5
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ (Hypocalcemia)

ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ หมายถึง ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ (ค่าปกติประมาณ 8.5-10.5 มก./ดล.)
เป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยนัก อาจพบได้ทั้งในทารกและผู้ใหญ่

สาเหตุ

1. ในผู้ใหญ่ส่วนมาก มีสาเหตุจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ (เช่น ผู้ป่วยที่เป็นคอพอกเป็นพิษ หรือต่อมไทรอยด์โตมาก) แล้วตัดเอาต่อมพาราไทรอยด์ (ที่อยู่ใกล้กัน) ออกไปด้วย จึงทำให้เกิดภาวะขาดพาราไทรอยด์ (hypoparathyroidism) ต่อมนี้มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนช่วยรักษาระดับของแคลเซียมในเลือดให้อยู่ในสมดุลเมื่อต่อมนี้ทำงานได้น้อย ก็จะทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งอาจแสดงอาการภายหลังผ่าตัดแล้วเป็นปี ๆ ก็ได้ และอาจเป็นชั่วคราวหรือถาวรก็ได้

นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากภาวะขาดพาราไทรอยด์โดยไม่ทราบสาเหตุ ภาวะขาดวิตามินดี ภาวะไตวายเรื้อรัง การกินแคลเซียมน้อยหรือขาดอาหาร ลำไส้ดูดซึมธาตุแคลเซียมได้น้อย โรคพิษสุราเรื้อรัง ภาวะโปรตีน (แอลบูมิน) ในเลือดต่ำ ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ภาวะฟอสเฟตในเลือดสูง ภาวะโลหิตเป็นพิษ ภาวะเลือดเป็นด่าง (alkalosis ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ รวมทั้งกลุ่มอาการระบายลมหายใจเกิน) ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน การใช้ยา (เช่น ยาขับปัสสาวะ สเตียรอยด์ ไรแฟมพิซิน เฟนิโทอิน ฟีโนบาร์บิทาล) เป็นต้น

2. ในทารกแรกเกิด ถ้ามีอาการภายใน 3 วันหลังคลอด อาจมีสาเหตุจากทารกคลอดก่อนกำหนดทารกมีภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด มารดาเป็นเบาหวาน หรือมารดามีภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน (ทำให้กดการทำงานของพาราไทรอยด์ในทารก เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำขึ้นในทารก) หรือทารกมีภาวะขาดพาราไทรอยด์โดยกำเนิด

ถ้ามีอาการหลังคลอดเป็นสัปดาห์ขึ้นไป อาจมีสาเหตุจากการให้ทารกกินนมวัวที่มีสารฟอตเฟตสูง ทารกมีภาวะลำไส้ไม่ดูดซึมแคลเซียม หรือเกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากโรคอุจจาระร่วง ทารกมีภาวะขาดพาราไทรอยด์โดยกำเนิด ภาวะขาดวิตามินดี (โรคกระดูกอ่อน) หรือภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ (hypomagnesemia)

อาการ

ในรายที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเล็กน้อย อาจไม่มีอาการแสดงให้ปรากฏชัดเจน หรือมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ มักตรวจพบจากการตรวจเลือด

ผู้ป่วยจะแสดงอาการเมื่อมีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำค่อนข้างมาก อาการที่พบได้บ่อย คือ ผู้ป่วยจะมีอาการมือจีบเกร็งทั้ง 2 ข้าง แบบเดียวกับที่พบในผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มอาการระบายลมหายใจเกิน

นอกจากนี้อาจเป็นตะคริวที่ขา ใบหน้า หรือปวดบิดในท้อง บางรายอาจมีความรู้สึกชาที่ริมฝีปาก ลิ้น และปลายมือปลายเท้า

ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีอาการชัก

ในทารก อาจมีอาการชัก หายใจลำบาก ตัวเขียว บางรายอาจมีอาการอาเจียน (ซึ่งอาจรุนแรงจนเข้าใจผิดว่ามีภาวะกระเพาะลำไส้อุดกั้น)

ภาวะแทรกซ้อน

ถ้ามีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำมาก ๆ อาจทำให้หัวใจวาย กล่องเสียงเกร็งตัวจนหายใจไม่ได้

หากปล่อยไว้เรื้อรัง (เช่น เกิดจากภาวะขาดพาราไทรอยด์ที่ไม่ทราบสาเหตุ ไตวายเรื้อรัง) อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ กระดูกพรุน (ทำให้กระดุกหักง่าย) เป็นต้อกระจก ประสาทตาบวมหรืออักเสบ ความจำเสื่อม บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง ซึมเศร้า ประสาทหลอน

ถ้าหากเป็นตั้งแต่เล็ก ๆ หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ฟันเสีย ร่างกายไม่เจริญเติบโต และปัญญาอ่อนได้

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและการตรวจพบมือจีบเกร็งทั้ง 2 ข้าง อาจเป็นตะคริวที่ขา หรือชัก

อาจตรวจพบรีเฟลกซ์ของข้อ (tendon reflex) ไวกว่าปกติ

อาจทำการทดสอบโดยการใช้เครื่องวัดความดันพันรอบแขนด้วยแรงดันที่สูงกว่าความดันโลหิตช่วงบนของผู้ป่วย ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อที่มือเกร็ง (เรียกว่า "Trousseau sign") หรือใช้นิ้วชี้เคาะที่กระดูกโหนกแก้ม (zygoma bone) กระตุ้นให้กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก (เรียกว่า "Chvostek’s sign")   

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการเจาะเลือดตรวจดูระดับแคลเซียม มีค่าต่ำกว่า 8.5 มก./ดล.ในผู้ใหญ่ (ต่ำกว่า 8 มก./ดล.ในทารกคลอดครบกำหนด หรือต่ำกว่า 7 มก./ดล.ในทารกคลอดก่อนกำหนด) ตรวจหาสาเหตุ (เช่น ตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนพาราไทรอยด์ วิตามินดี แมกนีเซียม ฟอสเฟต แอลบูมิน การทำงานของไต เป็นต้น) และอาจทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การรักษาโดยแพทย์

ในรายที่มีอาการเฉียบพลัน เช่น ชัก มือเท้าจีบเกร็ง หรือกล้ามเนื้อเป็นตะคริว แพทย์จะฉีดแคลเซียมกลูโคเนต 10 มล. เข้าหลอดเลือดดำช้า ๆ หรือผสมในน้ำเกลือหยดเข้าทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจะช่วยให้อาการทุเลาทันที

แพทย์ทำการตรวจหาสาเหตุ และให้การรักษาตามสาเหตุ เช่น

    ในรายที่มีประวัติการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ (สังเกตเห็นรอยแผลที่คอ) อาจต้องให้ผู้ป่วยกินเกลือแคลเซียม เช่น แคลเซียมกลูโคเนต เป็นประจำทุกวัน   
    บางรายอาจมีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำชั่วระยะหนึ่ง และอาจหายได้เอง แต่บางรายก็อาจเป็นถาวร ซึ่งต้องคอยกินยารักษาตลอดไป
    ในรายที่เกิดจากภาวะขาดพาราไทรอยด์ อาจให้กินเกลือแคลเซียม ร่วมกับวิตามินดี เช่น แคลเซียมทริออล (calcitriol) ร่วมด้วย เป็นประจำทุกวัน ผู้ป่วยอาจต้องกินยาติดต่อกันตลอดไป โดยแพทย์จะนัดตรวจระดับแคลเซียมในเลือดเป็นครั้งคราว

ผลการรักษา ขึ้นกับสาเหตุ รายที่มีสาเหตุที่แก้ไขได้ (เช่น สาเหตุจากการใช้ยาบางชนิด, การกินแคลเซียมน้อยเกินไป, ภาวะเลือดเป็นด่าง) หรือเป็นเพียงชั่วคราว (เช่น ที่พบในทารกที่มีอาการเกิดขึ้นภายใน 3 วันหลังคลอดส่วนใหญ่, ภาวะแทรกจากการผ่าตัดไทรอยด์ในบางราย) มักจะหายขาดได้ แต่ถ้าเกิดจากภาวะขาดพาราไทรอยด์โดยกำเนิด จำเป็นต้องกินยารักษาตลอดไป

การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการชัก มือจีบเกร็ง เป็นตะคริวที่ขา ใบหน้า หรือมีความรู้สึกชาที่ริมฝีปาก ลิ้น และปลายมือปลายเท้า ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

เมื่อตรวจพบว่าเป็นภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    กินยาแล้วอาการไม่ทุเลา
    ขาดยาหรือยาหาย
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

ขึ้นกับสาเหตุ สำหรับสาเหตุที่ป้องกันได้ อาจป้องกันได้ ดังนี้

    สาเหตุที่พบบ่อยคือ เกิดจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ อาจป้องกันโดยการระมัดระวังในการทำผ่าตัด และการให้วิตามินดีและแคลเซียมกินป้องกันก่อนผ่าตัด โดยพิจารณาจากระดับวิตามินดีและแคลเซียมในเลือดที่ตรวจพบก่อนผ่าตัด
    การบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมพอเพียงกับความต้องการของร่างกาย
    การเฝ้าระวังภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ สเตียรอยด์ ไรแฟมพิซิน เฟนิโทอิน ฟีโนบาร์บิทาล
    การป้องกันภาวะไตวายเรื้อรัง โรคพิษสุราเรื้อรัง

ข้อแนะนำ

อาการที่พบได้บ่อยของผู้ที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำอย่างหนึ่ง คือ อาการมือจีบเกร็ง 2 ข้าง อาการลักษณะนี้อาจมีสาเหตุจากภาวะขาดพาราไทรอยด์ (ซึ่งเป็นผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ และจำเป็นต้องให้การรักษาด้วยการให้แคลเซียมเป็นประจำทุกวัน) หรือกลุ่มอาการระบายลมหายใจเกิน (ดู ภาวะกลุ่มอาการระบายลมหายใจเกิน) ซึ่งเป็นภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำชั่วคราว และเมื่อแก้ไขภาวะระบายลมหายใจเกินให้หายได้ ก็ไม่จำเป็นต้องให้แคลเซียม วิธีแยกสาเหตุ 2 อย่างนี้ได้ง่าย ๆ คือ หากตรวจพบรอยแผลผ่าตัดไทรอยด์ที่คอ ก็น่าจะเป็นภาวะขาดพาราไทรอยด์มากกว่ากลุ่มอาการระบายลมหายใจเกิน

6
วัดพุทธสีมาเชิญชวนใส่ชุดขาวหญิง ปฏิบัติธรรมดำเนินชีวิตอย่างมีจริยธรรมลดความเครียด สงบจิตใจ เพิ่มความตระหนักรู้ในตนเอง

วัดพุทธสีมาตั้งอยู่ในจังหวัดนครพนมที่เงียบสงบและงดงามเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบภายในและการเติบโตทางจิตวิญญาณผ่านการปฏิบัติธรรม วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและอุทิศตนต่อคำสอนของพุทธศาสนาใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดพุทธสีมาเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำสมาธิและการมีสติ

ช่วยให้ผู้เยี่ยมชมเชื่อมต่อกับตนเองและทำความเข้าใจพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น วัดพุทธสีมาตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีและรายล้อมไปด้วยความงามตามธรรมชาติของภูมิประเทศนครพนม บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เสียงธรรมชาติอันเงียบสงบ เช่น เสียงใบไม้เสียดสีเบาๆ และเสียงนกร้องในระยะไกล ช่วยเพิ่มประสบการณ์การทำสมาธิ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมมีสมาธิจดจ่อกับการปฏิบัติธรรมได้โดยไม่มีสิ่งรบกวน

ปฏิบัติธรรม ณ วัดพุทธสีมา
วัดพุทธสีมาจัดโปรแกรมต่างๆ สำหรับผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม เช่น การทำสมาธิแบบมีผู้แนะนำ คำสอนเกี่ยวกับปรัชญาพุทธ และโอกาสในการเข้าร่วมพิธีกรรมทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมการทำสมาธิแบบมีสติ การเดินจงกรม และการสวดมนต์ ซึ่งล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปลูกฝังสติและความเมตตา

พระภิกษุและครูบาอาจารย์ประจำวัดคอยให้คำแนะนำทั้งแก่ผู้ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติธรรมและผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ โดยสอนตามหลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา โดยเน้นที่การเจริญสติ ปัญญาและการดำเนินชีวิตอย่างมีจริยธรรม ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการปฏิบัติธรรมหรือเดินตามแนวทางทางจิตวิญญาณมาหลายปีแล้ว วัดพุทธสีมาจะมอบความรู้และการสนับสนุนอันมีค่าให้แก่คุณ

ประโยชน์ทางจิตวิญญาณ
การปฏิบัติธรรมที่วัดพุทธสีมามีประโยชน์ทางจิตวิญญาณมากมาย ช่วยลดความเครียด สงบจิตใจ และเพิ่มความตระหนักรู้ในตนเอง บรรยากาศอันเงียบสงบและโปรแกรมปฏิบัติธรรมที่เป็นระบบของวัดส่งเสริมให้ผู้มาเยี่ยมชมไตร่ตรองความคิดและอารมณ์ของตนเอง ทำให้จิตใจแจ่มใสและสมดุลทางอารมณ์มากขึ้น การเข้าร่วมปฏิบัติธรรมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความสงบภายใน ความมีสติ และเชื่อมโยงกับคำสอนของพุทธศาสนาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เที่ยวจังหวัดนครพนม
นอกจากการสักการะแล้ว วัดพุทธสีมารามยังตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและความงามทางธรรมชาติ หลังจากปฏิบัติธรรมที่วัดแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นของนครพนม เช่น อนุสาวรีย์นาคอันเลื่องชื่อริมแม่น้ำโขง พระธาตุพนม และตลาดริมน้ำที่คึกคัก ทัศนียภาพอันสวยงามตระการตาและการต้อนรับที่อบอุ่นของคนในท้องถิ่นทำให้นครพนมเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างสงบสุข

ข้อมูลเชิงปฏิบัติ
ที่ตั้ง :วัดพุทธสีมา จ.นครพนม ประเทศไทย
เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม:ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์มีสภาพอากาศที่น่ารื่นรมย์สำหรับทั้งการทำสมาธิและเที่ยวชมภูมิภาค
ที่พัก:วัดมีที่พักแบบเรียบง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการพักและปฏิบัติธรรมเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีเกสต์เฮาส์และโรงแรมใกล้เคียงสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
การเดินทาง:สามารถเดินทางไปยังนครพนมได้โดยเที่ยวบินภายในประเทศหรือโดยรถประจำทางจากเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปยังวัดแห่งนี้ได้จากใจกลางเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

วัดพุทธสีมาในจังหวัดนครพนมเป็นโอกาสพิเศษในการปฏิบัติธรรมในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นกันเอง ไม่ว่าคุณจะต้องการฝึกฝนการทำสมาธิให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา หรือเพียงแค่ต้องการพักผ่อนอย่างสงบ วัดแห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการฟื้นฟูจิตวิญญาณ

7
มอเตอร์ไซด์ใหม่ 2025: ซุปเปอร์โซโค SUPER SOCO CPx (Standard) ปี 2024
149,900 บาท

ซุปเปอร์โซโค SUPER SOCO CPx (Standard) ปี 2024
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า super SOCO รุ่น CPX มีฟังก์ชัน ONE-PUSH REVERSE BUTTON เดินหน้า -ถอยหลังได้อย่างนุ่มนวล ระบบไฟส่องสว่างเป็น LED ทั้งหมดพร้อมระบบกันความชื้น ความสว่างของลำแสงสูง 29000 cd และความสว่างของลำแสงต่ำ 13480cd มอเตอร์ไฟฟัาพลัง 4,000 วัตต์ ทำวามเร็วสูงสุดได้ 90 กม./ชม. วิ่งได้ไกลสุด 72 กิโลเมตร รับประกัน 3 ปี สามารถจดทะเบียน ต่อภาษี พรบ. กับกรมขนส่งทางบกได้

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์            SUPER SOCO
   รุ่น                 ซุปเปอร์โซโค SUPER SOCO CPx (Standard) ปี 2024
   ประเภทรถ        รถครอบครัวแบบสกู๊ตเตอร์, Electric - EV
   ปีที่เปิดตัว        2024
   ราคา            149,900 บาท

สเปค
   รูปแบบเกียร์              เกียร์ออโต้
   ระบบเกียร์
   รายละเอียดเครื่องยนต์  มอเตอร์ไฟฟ้า 4,000 วัตต์
   ระบบระบายความร้อน   อากาศ
   ระบบสตาร์ท
   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)  CC
   แบบเครื่องยนต์
   ระบบจุดระเบิด
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง      ไฟฟ้า
   ระบบจ่ายน้ำมัน
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)      ลิตร
   ระบบกันสะเทือน           ล้อหน้า ไฮดรอลิค, ล้อหลัง ไฮดรอลิค
   ระบบเบรค                  ล้อหน้า ดิสก์เบรก (240 มม.), ล้อหลัง ดิสก์เบรก (180 มม.)
   แบบวงล้อ                  แมกซ์
   ขนาดยาง                        ล้อหน้า 100 – 80 – 16, ล้อหลัง 110 – 80 – 14
   ขนาด (ยาวxกว้างxสูง มม.)  2022 มม. x 757 มม. x 1450 มม.
   น้ำหนักตัวรถ                    190.00 กก.

8
โพสฟรี / doctor at home: โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory bowel disease/IBD)
« เมื่อ: วันที่ 30 มีนาคม 2025, 19:05:38 น. »
doctor at home: โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory bowel disease/IBD)

หากสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งจะทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษา

ในรายที่อาการเล็กน้อย แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ และแนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การคลายเครียด การไม่สูบบุหรี่ ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาอาการและลดความรุนแรงของโรค

ในรายที่เป็นรุนแรง แพทย์จะให้ยาควบคุมการอักเสบ ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่ม อาทิ ยาต้านการอักเสบ (เช่น สเตียรอยด์, mesalazine, sulfasalazine), ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น azathioprine, cyclosporine, methotrexate), ยาชีววัตถุ (biologics เช่น infliximab, adalimumab, vedolizumab)

นอกจากนี้ แพทย์จะให้การรักษาตามอาการและแก้ไขภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ยาแก้ปวดลดไข้, ยาแก้ท้องเดิน (เช่น โลเพอราไมด์), ยาปฏิชีวนะ (เช่น ไซโพรฟล็อกซาซิน เมโทรไนดาโซล) ในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย, ยาบำรุงโลหิตในรายที่มีภาวะซีด, โภชนบำบัดในรายที่น้ำหนักลดมาก, การผ่าตัด (เช่น ลำไส้ทะลุ มะเร็งลำไส้ ฝีคัณฑสูตร ลำไส้มีเลือดออกมาก หรือลำไส้อักเสบรุนแรง และใช้ยารักษาไม่ได้ผล)

ผลการรักษา ส่วนใหญ่การรักษาด้วยยาเป็นการบรรเทาอาการและควบคุมการอักเสบ ซึ่งอาการมักดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่เนื่องจากโรคนี้มักเป็นเรื้อรังไม่หายขาด จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์ก็จะทำการแก้ไขให้ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

9
จัดฟันบางนา:  วิธีการรักษา ด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด !

การผ่าตัดด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เป็นการรักษาทางทันตกรรม ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของการทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป เพื่อจะช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษามีรอยยิ้มที่มั่นใจ และการใช้งานฟัน รับประทานอาหารอย่างมีความสุข



ซึ่งหลายคนมีอาการหวาดกลัว เมื่อต้องเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับทางทันตกรรม เพราะการรักษาฟัน อาจจะทำให้มีอาการเสียว และเจ็บปวดมาก เนื่องจากฟันนั้นมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกันเส้นประสาท อาจจะทำให้เกิดอาหารเสียวและอาการปวดไปถึงสมอง หลายคนกังวลเรื่องของความเจ็บปวด จึงไม่กล้าที่เข้ารับการแก้ไขปัญหาฟัน บางรายอาจจะละเลย จนทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมามากมาย

การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ฟังจากชื่อแล้ว ก็น่าจะเจ็บอยู่พอสมควร แต่การรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด กลับกัน อาจจะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้นหลังจากการฝังรากฟันเทียม การฝังรากฟันเทียม เป็นการทดแทนฟันธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากพอสมควร หากเทียบกับแต่ก่อนก็คือการใส่ฟันปลอมนั่นเอง

แต่การผ่าตัดด้วยการฝังรากฟันเทียมนั้น เป็นการทดแทนฟันรูปแบบใหม่ ที่มีความสะดวกสบายมากกว่าใส่ฟันปลอม สามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพราะทางทันตแพทย์ได้ทำการฝังรากฟันเทียมลงไปบนกระดูกขากรรไกร จึงทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าการใส่ฟันปลอมนั่นเอง

นอกจากนี้ยังสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่แปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารและก่อนเข้านอน ซึ่งไม่ต้องถอดเครื่องมือออกมาทำความสะอาดนั่นเอง จึงทำให้เรารู้สึกเป็นธรรมชาติเหมือนเป็นฟันจริงๆ ทั้งนี้หากคุณต้องการเข้ารับบริการการรักษาด้วยการผ่าตัดรากฟันเทียม สามารถเข้ามาปรึกษาทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เกี่ยวกับรากฟันเทียมมาอย่างยาวนาน

เรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษา มีสถานที่ที่สะอาดปลอดภัย ได้มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่า หากเข้ามารับการบริการหรือปรึกษาปัญหาฟัน คุณจะได้รับความประทับใจไปอย่างแน่นอน

10
อาหารไทยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เสริมสร้างรายได้ ให้มีรายได้ประจำแหล่งรายได้ที่ยั่งยืน

อาหารไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชอบไปทั่วโลก ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และความหลากหลายของเมนู ทำให้ธุรกิจอาหารไทยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจและสามารถสร้างรายได้ประจำได้เป็นอย่างดี อาหารไทยเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะหลงใหลในการทำอาหารหรือกำลังมองหาธุรกิจที่ทำกำไร การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไทยสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงได้

ตั้งแต่แผงขายอาหารริมทางไปจนถึงร้านอาหารและการจัดส่งอาหารออนไลน์ มีหลากหลายวิธีในการเปลี่ยนอาหารไทยให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืน

เพราะเหตุใดอาหารไทยจึงเป็นธุรกิจที่ทำกำไร?

อาหารไทยได้รับความนิยมทั่วโลกเนื่องจากมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ หวาน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม และอูมามิ ความต้องการอาหารไทยแท้ๆ กำลังเพิ่มขึ้นไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงต่างประเทศด้วย ด้วยต้นทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างต่ำและฐานลูกค้าที่กว้างขวาง ธุรกิจอาหารไทยจึงสามารถสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอได้

อาหารไทยยอดนิยมสำหรับธุรกิจอาหาร
หากคุณกำลังคิดจะเริ่มต้นธุรกิจอาหารไทย ต่อไปนี้เป็นเมนูยอดนิยมบางส่วนที่สามารถช่วยดึงดูดลูกค้าได้:
ผัดไทย – เมนูที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ทำง่ายและขายได้ในปริมาณมาก
ต้มยำกุ้ง – เมนูรสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นเครื่องเทศ เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย
ส้มตำ – เมนูสดชื่นๆ ที่ใช้วัตถุดิบง่ายๆ และทำง่าย
ข้าวมันไก่ – อาหารธรรมดาๆ แต่แสนอร่อยที่ถูกใจคนจำนวนมาก
หมูปิ้ง – อาหารริมทางยอดนิยม ทำง่ายและขายได้ปริมาณมาก
ขนมไทย – ขนมไทยแบบดั้งเดิม เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง และพุดดิ้งมะพร้าว เป็นที่ต้องการอย่างมาก

ขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจอาหารไทย
เลือกโมเดลธุรกิจของคุณ – ตัดสินใจว่าคุณต้องการดำเนินกิจการแผงขายอาหาร ร้านอาหาร บริการจัดเลี้ยง หรือธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์
เรียนรู้สูตรอาหาร – เชี่ยวชาญเทคนิคการทำอาหารไทยแท้เพื่อให้ได้อาหารคุณภาพสูง
วัตถุดิบที่มา – ใช้วัตถุดิบสดและคุณภาพสูงเพื่อคงรสชาติอันเข้มข้นของอาหารไทย
รับใบอนุญาตที่จำเป็น – รับใบอนุญาตด้านสุขภาพและธุรกิจเพื่อดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย
เลือกทำเลที่ตั้งที่ดี – พื้นที่ที่มีการสัญจรสูง เช่น ตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือใกล้สำนักงาน สามารถเพิ่มยอดขายได้
ทำตลาดธุรกิจของคุณ – ใช้โซเชียลมีเดีย โปรโมชั่น และการมีส่วนร่วมของลูกค้าเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้น

การขยายธุรกิจอาหารไทยของคุณ
เมื่อธุรกิจของคุณมั่นคงแล้ว พิจารณาขยายโดย:
ให้บริการจัดส่งอาหาร
การเป็นพันธมิตรกับแอปส่งอาหาร
การสร้างบริการจัดเลี้ยงสำหรับงานต่างๆ
จำหน่ายเครื่องปรุงอาหารไทยสำเร็จรูป หรือ ชุดทำอาหารไทยสำเร็จรูป

เปิดสาขาในสถานที่ใหม่
ตัวอย่างธุรกิจอาหารไทยที่ประสบความสำเร็จ:
ร้านอาหาร “บ้านไอซ์” ที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ
ธุรกิจ “ครัววันดี” ที่จำหน่ายเครื่องแกงและน้ำพริกคุณภาพดี
แฟรนไชส์ “ธงไชย ผัดไทย” ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
การทำธุรกิจอาหารไทยให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความรักในอาหารไทย ความมุ่งมั่น และความอดทน หากคุณมีใจรักในอาหารไทยและมีความตั้งใจจริง คุณก็สามารถสร้างรายได้ประจำจากธุรกิจอาหารไทยได้อย่างแน่นอน

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไทยถือเป็นโอกาสอันคุ้มค่าสำหรับผู้ที่หลงใหลในการทำอาหารและการเป็นผู้ประกอบการ ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ วัตถุดิบคุณภาพสูง และกลยุทธ์การตลาดที่ดี คุณสามารถเปลี่ยนอาหารไทยให้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนได้ ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ความรักที่มีต่ออาหารไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารได้ในระยะยาว

11
โพสฟรี / money expo 2025: กำจัดจุดอ่อน ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน 2568
« เมื่อ: วันที่ 28 มีนาคม 2025, 22:19:26 น. »
money expo 2025: กำจัดจุดอ่อน ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน 2568

เป็นที่ทราบกันดีสำหรับคนที่กู้”สินเชื่อบ้าน”ว่า หากต้องการลดภาระดอกเบี้ยและปรับแผนการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน "การรีไฟแนนซ์บ้าน" เป็นทางเลือกที่ดี และเหมาะสมที่สุด แต่หากต้องการให้ การรีไฟแนนซ์บ้านผ่านง่าย อนุมัติเร็ว ก็ควรมีการเตรียมตัวอย่างรอบคอบด้วยนะคะ และเพื่อให้การรีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568 เป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่า เราจะพามา "กำจัดจุดอ่อน" ที่อาจทำให้การรีไฟแนนซ์ไม่ประสบความสำเร็จ พร้อมวิธีการวางแผนที่ช่วยให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดกันค่ะ
 
1. ค่าปรับปิดบัญชีก่อนครบกำหนด : ควรเช็กเงื่อนไขสัญญาเดิมให้ดีก่อน
 
ค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด (Prepayment Fee) เป็นเรื่องที่ควรระวังสำหรับเงื่อนไขสัญญาเดิม ซึ่งธนาคารเดิมสามารถเรียกเก็บเมื่อเราทำการปิดบัญชีก่อนครบกำหนดสัญญา ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ระยะเวลา 3 ปีแรก โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 - 3% ของยอดหนี้คงเหลือ
 
วิธีกำจัดจุดอ่อน :
ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเดิมว่าเลยกำหนด 3 ปีแรกหรือไม่ (ช่วงที่มักมีค่าปรับ)
หากยังไม่ครบกำหนด อาจใช้วิธีการเจรจากับธนาคารเดิมเพื่อขอลดดอกเบี้ย (Retention) แทนการรีไฟแนนซ์


2. ค่าใช้จ่ายแอบแฝง : ควรศึกษาข้อมูลว่าในการรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
 
ในการรีไฟแนนซ์บ้านทุกครั้งจะมาพร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เราควรพิจารณาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เช่น
ค่าจดจำนอง เป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับสำนักงานที่ดินเมื่อมีการจดทะเบียนสินเชื่อใหม่ (1% ของวงเงินกู้ใหม่)
ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เพื่อกำหนดวงเงินกู้ โดยจะมีการเรียกเก็บจากผู้ประเมินที่ธนาคารกำหนด (ประมาณ 2,000-5,000 บาท)
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียมธนาคารที่อาจมีค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อเพิ่มเติม เช่น 1,000-3,000 บาท, ค่าอากรแสตมป์ ที่จะคิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ โดยทั่วไปไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึงค่าประกัน MRTA ที่ค่าใช้จ่ายอาจเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000-50,000 บาท ต่อประกัน 10-15 ปี เป็นต้น
วิธีกำจัดจุดอ่อน :
ควรรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด และคำนวณว่าการรีไฟแนนซ์จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยและคืนทุนได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม
เลือกเปรียบเทียบธนาคารที่มีโปรโมชันลดหรือยกเว้นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ฟรีค่าจดจำนอง หรือฟรีค่าประเมินทรัพย์สิน เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น : หากคำนวณค่าใช้จ่ายรวมแล้วคิดเป็น 50,000 บาท และการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้จะช่วยลดค่างวดได้ 2,000 บาท/เดือน จุดคืนทุนจะอยู่ที่
 
จุดคืนทุน = 50,000/2,000 = 25 เดือน (ประมาณ 2 ปี 1 เดือน)
 
**ควรตรวจสอบว่าเราวางแผนถือครองบ้านนานพอที่จะคุ้มค่าหรือไม่**
 
3. เอกสารไม่ครบถ้วน : อาจส่งผลทำให้เกิดความล่าช้าในการอนุมัติสินเชื่อ
 
ในการรีไฟแนนซ์บ้านจะต้องมีการยื่นเอกสารใหม่เหมือนกับการขอสินเชื่อครั้งแรก ทั้งเอกสารส่วนบุคคล และเอกสารทางการเงิน ดังนั้นเพื่อให้การรีไฟแนนซ์เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ล่าช้า ควรมีการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และถูกต้อง
 
วิธีกำจัดจุดอ่อน :
เตรียมเอกสารสำคัญล่วงหน้า เช่น
- โฉนดที่ดินหรือเอกสารกรรมสิทธิ์
- สัญญาเงินกู้เดิม
- หนังสือรับรองเงินเดือนหรือสลิปเงินเดือน
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
ติดต่อธนาคารเพื่อสอบถามเอกสารเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น


4. อัตราดอกเบี้ยไม่เหมาะสม : อาจทำให้เกิดภาระทางการเงินเพิ่มขึ้น และต้องแบกรับความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
 
การเลือกอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยจัดการภาระการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเภทดอกเบี้ยมีทั้ง ดอกเบี้ยคงที่ และ ดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี และข้อเสียต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และแนวโน้มดอกเบี้ยตลาดในปัจจุบันด้วยนะคะ
 
ประเภทของดอกเบี้ย
 
1. ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 3-5 ปีแรก) ซึ่งจะช่วยให้สามารถคาดการณ์ยอดผ่อนชำระได้แน่นอน รวมถึงช่วยป้องกันความเสี่ยงจากดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคต
 
ข้อควรระวัง :
หากหมดช่วงอัตราดอกเบี้ยคงที่แล้ว อาจเปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงกว่า
หากดอกเบี้ยตลาดลดลง เราอาจจะยังคงจ่ายในอัตราดอกเบี้ยเดิมที่สูงกว่าภาวะตลาดได้
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการความมั่นคงในการชำระหนี้ และกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต


2. ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยจะปรับตามตลาดหรือดัชนีอ้างอิง เช่น MLR, MRR ซึ่งหากดอกเบี้ยในตลาดลดลง จะทำให้เราจ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำลงด้วย และอาจส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในระยะยาวอาจถูกกว่าดอกเบี้ยคงที่ได้
 
ข้อควรระวัง :
ต้องรับความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของดอกเบี้ย
ยอดผ่อนชำระต่อเดือนอาจไม่แน่นอน
อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเหมาะสำหรับ ผู้ที่คาดว่าดอกเบี้ยในตลาดจะลดลง มีความยืดหยุ่นทางการเงินสูง และสามารถยอมรับความเสี่ยงได้


3. ดอกเบี้ยผสม (Hybrid Rate) เป็นการรวมข้อดีของทั้งดอกเบี้ยคงที่ และลอยตัว เช่น คงที่ในช่วง 3 ปีแรก และเปลี่ยนเป็นลอยตัวในปีที่ 4 เป็นต้น ซึ่งดอกเบี้ยแบบผสมจะช่วยให้ได้รับความมั่นคงในช่วงต้น และยังมีโอกาสที่จะรับดอกเบี้ยจากการปรับตัวตามตลาดในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยในอนาคต
 
ข้อควรระวัง :
หลังหมดช่วงอัตราดอกเบี้ยคงที่แล้ว อัตราดอกเบี้ยอาจมีการปรับขึ้นได้
อัตราดอกเบี้ยแบบผสมเหมาะสำหรับ ผู้ที่มีการวางแผนจะรีไฟแนนซ์อีกครั้งหลังหมดช่วงดอกเบี้ยคงที่ หรือช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน
วิธีกำจัดจุดอ่อน :
เลือกดอกเบี้ยให้เหมาะกับความต้องการ
- ดอกเบี้ยคงที่ : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในการผ่อนชำระ โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
- ดอกเบี้ยลอยตัว : เหมาะสำหรับผู้ที่คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยในตลาดจะปรับลดในอนาคต หรือผู้ที่มีแผนรีไฟแนนซ์อีกครั้งในระยะเวลาอันสั้น
ควรทำการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายๆ ธนาคาร ก่อนตัดสินใจ


5. กู้เพิ่มโดยไม่จำเป็น : หากใช้ไม่ระวังอาจเป็นการเพิ่มภาระทางการเงิน และทำให้ปิดหนี้ได้ช้าลง
 
การรีไฟแนนซ์พร้อมกู้เงินเพิ่ม หรือ Top Up วงเงินเพิ่ม อาจเป็นการเพิ่มภาระหนี้โดยไม่จำเป็น ทำให้มียอดหนี้มากขึ้น ปิดหนี้ได้ช้าลง และอัตราดอกเบี้ยวงเงิน Top Up ก็มักจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เป็นการเพิ่มภาระดอกเบี้ยอีกทางหนึ่งด้วย
 
วิธีกำจัดจุดอ่อน :
หากต้องการกู้เพิ่มควรทำเมื่อมีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน เช่น ต้องการปรับปรุงบ้าน หรือต้องการลงทุนที่มีผลตอบแทนแน่นอน เป็นต้น
ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้ก่อนตัดสินใจกู้เพิ่ม

สรุปแล้ว หากคิดจะรีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568 นอกจากจะเป็นโอกาสที่ดีในการลดดอกเบี้ยและปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเงินของตนเองแล้ว การเตรียมตัวล่วงหน้า การวางแผนอย่างรอบคอบ และกำจัดจุดอ่อนต่างๆ จะช่วยให้การรีไฟแนนซ์เป็นไปอย่างราบรื่น และคุ้มค่ามากที่สุดนะคะ

12
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: เส้นประสาทมือถูกพังผืดรัดแน่น / โรคคาร์พัลทูนเนล (Carpal tunnel syndrome/CTS)

เส้นประสาทมือ ที่เรียกว่า ประสาทมีเดียน (median nerve) เมื่อลงมาที่ข้อมือจะวิ่งผ่านช่องเล็ก ๆ ซึ่งประกอบด้วยกระดูกข้อมือและแผ่นพังผืดเหนียว ๆ ที่อยู่ข้างใต้ของกระดูกข้อมือ ช่องเล็ก ๆ นี้มีชื่อเรียกว่า คาร์พัลทูนเนล (ช่องใต้กระดูกข้อมือ) ในบางครั้งเนื้อเยื่อภายในช่องแคบนี้อาจเกิดการบวม ทำให้เส้นประสาทมือถูกบีบรัด เกิดมีอาการปวดหรือชาที่ปลายมือ เรียกว่า โรคคาร์พัลทูนเนล หรือ เส้นประสาทมือถูกพังผืดรัดแน่น

โรคนี้พบได้ค่อนข้างบ่อย มักพบในคนอายุ 30-60 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย บางรายอาจพบมีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย

สาเหตุ

โรคนี้เกิดจากเส้นประสาทมือ (เส้นประสาทมีเดียน) ที่อยู่ในช่องใต้กระดูกข้อมือ (คาร์พัลทูนเนล) ถูกบีบรัด ซึ่งมักไม่พบว่าเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งอย่างชัดเจน สันนิษฐานว่ามีปัจจัยร่วมกันหลายอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดความผิดปกติของเส้นประสาทมือ อาทิ

    มีช่องใต้กระดูกข้อมือ (คาร์พัลทูนเนล) ที่แคบกว่าปกติ ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
    การบาดเจ็บที่ข้อมือ หรือการขยับข้อมือขึ้นลงซ้ำ ๆ ติดต่อกันนาน ๆ (เช่น การพิมพ์ดีด)
    ข้อกระดูกมือมีการอักเสบ (เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์)
    ภาวะบวม (มีน้ำคั่งในเนื้อเยื่อ) ในระยะก่อนมีประจำเดือนหรือระหว่างตั้งครรภ์
    ภาวะอื่น ๆ เช่น ภาวะอ้วน เบาหวาน วัยหมดประจำเดือน ภาวะขาดไทรอยด์ ไตวาย เป็นต้น

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน รู้สึกชา หรือรู้สึกซ่า ๆ คล้ายเป็นเหน็บเป็นพัก ๆ ที่มือ (โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และซีกหนึ่งของนิ้วนางด้านที่ติดกับนิ้วกลาง ยกเว้นนิ้วก้อยและนิ้วนางด้านที่ติดกับนิ้วก้อย) บางครั้งอาจปวดร้าวขึ้นไปที่แขนหรือหัวไหล่ อาการปวดมักจะเป็นมากตอนกลางคืนหรือตอนเช้ามืดจนบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยสะดุ้งตื่น บางรายเมื่อได้ห้อยข้อมือตรงขอบเตียงหรือสะบัดมือจะรู้สึกทุเลาได้

การทำงานโดยใช้ข้อมือ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่างอข้อมือมาก ๆ หรือเร็ว ๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน พิมพ์ดีด) งอข้อมือเร็ว ๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือชาได้ ถ้าเป็นมากอาจทำให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่น ๆ ชาและอ่อนแรงได้ อาการอาจเกิดที่มือข้างเดียวหรือ 2 ข้างก็ได้

ในรายที่เป็นระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดอาการมักจะหายไปได้เอง


ภาวะแทรกซ้อน

หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ไม่รับการรักษา อาจทำให้กล้ามเนื้อฝ่ามือบริเวณใต้นิ้วโป้งลีบและอ่อนแรงอย่างถาวรได้


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

การกดหรือเคาะที่ข้อมือ (ตรงด้านเดียวกับฝ่ามือ) อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดแปลบ ๆ หรือชาที่ปลายนิ้วมือได้

อาจทำการทดสอบโดยให้ผู้ป่วยวางหลังมือ 2 ข้างชนกันในท่างอข้อมือให้มากที่สุด และนิ้วมือชี้ลงพื้นนาน 60 วินาที ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจมีอาการปวดหรือชาปลายนิ้วมือ (นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และซีกหนึ่งของนิ้วนางด้านที่ติดกับนิ้วกลาง) เรียกการทดสอบนี้ว่า Phalen’s sign

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (electromyography/EMG) และการตรวจอัตราความเร็วของการนำกระแสประสาท (nerve conduction velocity test) 


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

ถ้าเป็นเพียงเล็กน้อย จะให้กินยาแก้ปวด ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก ไพร็อกซิแคม นาโพรเซน) และแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ช่วยดามข้อมือเวลาเข้านอน

บางรายอาจต้องฉีดสเตียรอยด์เข้าที่ข้อมือข้างที่ปวด

การรักษาดังกล่าว ส่วนใหญ่อาการมักจะทุเลาได้

ส่วนน้อยที่มีอาการมาก อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด (โดยตัดแผ่นพังผืดที่บีบรัดเส้นประสาท) ซึ่งจะช่วยให้อาการทุเลาภายในเวลาไม่กี่วัน

ในรายที่ตรวจพบมีภาวะอื่นร่วมด้วย (เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เบาหวาน ภาวะขาดไทรอยด์ ไตวาย) แพทย์ก็จะให้การรักษาโรคเหล่านี้พร้อมกันไปด้วย


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการปวดแสบปวดร้อน รู้สึกชา หรือรู้สึกซ่า ๆ คล้ายเป็นเหน็บเป็นพัก ๆ ที่มือ ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นเส้นประสาทมือถูกพังผืดรัดแน่น ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา ใส่อุปกรณ์ช่วยดามข้อมือ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    เวลาทำงานที่ใช้ข้อมือนาน ๆ ควรมีการพักข้อมือบ่อย ๆ
    หมั่นบริหารมือ โดยการหมุนข้อมือและยืดเหยียดฝ่ามือและนิ้วมือ
    ลดน้ำหนักตัวถ้ามีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินต่อที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา (เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระดำ ท้องเดิน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ) ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด

การป้องกัน

เนื่องจากโรคนี้เกิดจากปัจจัยร่วมกันหลายอย่าง จึงยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลเต็มที่

สำหรับผู้ที่เคยมีอาการของโรคนี้ อาจป้องกันไม่ให้กำเริบด้วยการปฏิบัติตัวเพื่อลดแรงกดดันต่อมือและข้อมือ ดังนี้

    เวลาทำงานที่ใช้ข้อมือ หมั่นพักข้อมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องใช้มือออกแรงมากหรือใช้อุปกรณ์ที่มีการสั่น
    หมั่นบริหารมือบ่อย ๆ โดยการกำมือ สลับกับการยืดเหยียดฝ่ามือและนิ้วมือ ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง
    หลีกเลี่ยงการเหยียดและงอข้อมือขึ้นลงซ้ำ ๆ คอยรักษาข้อมือให้อยู่ในท่าตรงและผ่อนคลาย เช่น เวลาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ จัดวางเครื่องให้คีย์บอร์ดอยู่ระดับเดียวกับข้อศอกหรือต่ำกว่าข้อศอก
    เวลานั่งทำงาน รักษาหลังให้ตรง และเท้าสองข้างวางราบบนพื้น
    ใส่อุปกรณ์ช่วยดามข้อมือ

ข้อแนะนำ

1. หากมีอาการที่สงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีใช้ยา ส่วนน้อยที่อาจต้องผ่าตัดแก้ไข ซึ่งช่วยให้หายขาดได้ และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงใด ๆ แต่ถ้าปล่อยปละละเลย อาจทำให้กล้ามเนื้อฝ่ามือลีบและอ่อนแรงอย่างถาวรได้

2. อาการปวดแสบปวดร้อนมือ หรือมือชา นอกจากโรคนี้แล้ว ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ปลายประสาทอักเสบ กระดูกคองอกกดรากประสาท เป็นต้น ในการวินิจฉัยแพทย์อาจทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ ตรวจเลือด เป็นต้น

13
โพสฟรี / มอเตอร์โชว์ Jeep Wrangler Rubicon รับรางวัล BEST 4x4 OFF ROAD
« เมื่อ: วันที่ 26 มีนาคม 2025, 16:27:28 น. »
มอเตอร์โชว์ Jeep Wrangler Rubicon รับรางวัล BEST 4x4 OFF ROAD

จี๊ป ประเทศไทย ภายใต้บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทย คว้ารางวัล Car of The Year 2025 โดย จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน (Jeep Wrangler Rubicon) ได้รับรางวัล BEST 4x4 OFF ROAD

โดย คุณสุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล ซึ่งงานดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี

ภายใต้การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ประกอบด้วย สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ณ ห้อง เดอะ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี


จุดเด่น Jeep Wrangler จี๊ป แรงเลอร์
Jeep Wrangler Rubicon 4 ประตู โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร 270 แรงม้า ที่ 5,250 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ผสานเพลาหลัง Danaแบบ Full Float Axle ใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลากจูง กระจังหน้าแบบ 7 ช่องดีไซน์ใหม่ ทันสมัยและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ กระจกบังลมหน้าแบบ Gorilla Glass ที่แข็งแกร่ง เบาะหนัง Nappa ปักโลโก้รูบิคอน ล้ำไปอีกขั้นด้วยเบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง

และ 8 ทิศทางสำหรับเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ที่ผ่านการทดสอบการลุยน้ำแบบไร้ประตู  สะดวกสบายกว่าด้วยจอทัชสกรีน 12.3 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบนำทาง Uconnect 5 รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play และ Android Auto แบบไร้สาย เพิ่มความปลอดภัยด้วยถุงลมคู่หน้าและด้านข้างใหม่ มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติจนถึงหยุดนิ่ง (Adaptive Cruise Control with Stop & Go)


14
โพสฟรี / ข้อเสียของการจัดฟันเด็ก
« เมื่อ: วันที่ 24 มีนาคม 2025, 14:59:53 น. »
ข้อเสียของการจัดฟันเด็ก

ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก ถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองแม่ควรเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพราะฟันน้ำนมของเด็กนั้น มีความสำคัญมาก เนื่องจากฟันน้ำนมคือเครื่องมือการรักษาช่องว่างตามธรรมชาติในขากรรไกร เพื่อกันพื้นที่ให้ฟันแท้ขึ้นมาได้ พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่าฟันน้ำนมไม่มีความสำคัญ หากเด็กต้องสูญเสียฟันน้ำนมหรือถอนออกก็คงไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้ว หากต้องเสียฟันน้ำนมก่อนวัยอันควรเช่น ถ้าพ่อแม่พาบุตรหลานไปถอนฟันน้ำนมทิ้ง ก็อาจจะทำให้ฟันซี่อื่นๆ เคลื่อนตัวเข้ามาในช่องว่างระหว่างฟัน ทำให้ฟันแท้ที่ขึ้นมาอาจจะขาดพื้นที่และไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ตามธรรมชาติ ซึ่งนี่อาจจะเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติของขากรรไกรและการสบฟันของเด็กได้


ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะหมั่นสังเกตบุตรหลานของท่านว่ามีการสบฟันที่ผิดปกติหรือไม่ ถ้าหากมีปัญหาดังกล่าว ก็ควรได้รับการตรวจจากทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข สำหรับสัญญาณของความผิดปกติของการสบฟันนั้น ยกตัวอย่างเช่น ฟันซ้อนหรือฟันขึ้นผิดตำแหน่ง ฟันซ้อนเก ฟันสบลึก หรือเด็กมีพฤติกรรมการบดเคี้ยวอาหารได้ลำบากและชอบหายใจทางปาก ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นสัญญาณของการสบฟันที่ผิดปกติ พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานของท่านถ้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา โดยการรักษาการสบฟันที่ผิดปกตินั้น


มักนิยมใช้วิธีการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพราะการจัดฟันในเด็ก สามารถช่วยทำให้เด็กมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม นอกจากนี้  ถ้าเด็กได้รับการรักษาด้วยการจัดฟัน ก็จะมีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการจัดฟันตอนโต แต่อย่างไรก็ตาม การจัดฟันในเด็กก็ยังมีข้อเสียนั้นก็คืออาจจะทำให้บุตรหลานของท่านใช้ชีวิตประจำวันได้ยากกว่าปกติ แต่ไม่ต้องกังวลในข้อนี้ เพราะถ้าหากเด็กปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับการใช้เครื่องมือการจัดฟันได้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป

สำหรับวันนี้ทางคลินิก ของเราจะมาพูดถึงข้อเสียของการจัดฟันในเด็ก ซึ่งอาจจะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนมีความกังวลถึงผลเสียที่จะตามมา ถ้าหากลูกน้อยของท่านจัดฟันตั้งแต่ตอนเด็ก แต่ต้องบอกก่อนว่าการจัดฟันในเด็กนั้น เป็นการแก้ไขฟันที่มีประสิทธิภาพและก็มีข้อดีเช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันและตระหนักถึงปัญหาฟัน หากเราดูแลสุขภาพช่องปากและฟันไม่ดี สำหรับข้อเสียของการจัดฟันในเด็ก อย่างแรกเลยคืออาจทำให้เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมที่มีการปะทะได้ เนื่องจากในวัยเด็ก อาจจะมีการเล่นกีฬาหรือร่วมกิจกรรมที่อาจจะมีการปะทะบ้าง ถือเป็นเรื่องที่มักจะพบเจอได้บ่อย


ดังนั้น เด็กอาจจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการเล่นกีฬาหรือการร่วมกิจกรรม เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ เนื่องจากมีเครื่องมือการจัดฟันอยู่ภายในช่องปาก ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งก็คือในขณะที่เด็กมีเครื่องมือจัดฟันอยู่ภายในช่องปาก ก็อาจจะทำให้ทำความสะอาดฟันได้ยากและเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ถ้าไม่ดูแลรักษาความสะอาดให้ดี และในขณะรับประทานอาหาร เศษอาหารอาจจะเข้าไปติดที่เหล็กจัดฟันได้ อาจจะทำให้เสียบุคลิกภาพได้ และเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุและมีกลิ่นปาก ต่อมาการพูดหรือออกเสียงไม่ชัด ซึ่งในข้อนี้ถือเป็นปัญหาของเด็กหลายๆคนที่เข้ารับการจัดฟัน แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะการพูดไม่ชัดจะเกิดขึ้นในระยะแรกหลังจากการจัดฟันและข้อเสียอีกอย่างหนึ่งก็คือเด็กอาจจะไม่ได้รับประทานอาหารได้อย่างหลากหลายมากนัก เพราะจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีความอ่อนนุ่ม เพื่อลดปัญหาของการเสียหายของเครื่องมือจัดฟันนั่นเอง ทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นข้อเสียของการจัดฟันในเด็กที่อาจจะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กได้ แต่ก็สามารถแก้ไขได้ หากเด็กปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด


หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจอยากให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง ทำให้มั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

15
ฉนวนกันความร้อนโรงงานกับประโยชน์รอบด้านที่ไม่ควรมองข้าม

การควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุด และทำกำไรให้สูงที่สุด เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการโรงงานทุกคนโฟกัสเป็นอันดับแรก ๆ จึงไม่แปลกที่หากใครบอกว่าให้ลงทุนติด “ฉนวนกันความร้อนโรงงาน” แล้ว ส่วนใหญ่จะลังเล และอีกส่วนหนึ่งจะมองข้ามไปเลย เพราะรู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

แต่ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้ว “ฉนวนกันความร้อน” ถือเป็นวัสดุสำคัญที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีประโยชน์รอบด้าน ซึ่งทุกด้านนั้นจะรวมพลังกันส่งผลไปสู่เป้าหมายที่ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลงได้ และได้กำไรสูงมากขึ้นได้ โดยประโยชน์รอบด้านของฉนวนกันความร้อนที่ผู้ประกอบการต้องรู้ไว้ มีดังต่อไปนี้

1.ช่วยประหยัดพลังงานค่าไฟได้มหาศาล

ฉนวนกันความร้อนโรงงานนั้น มีหน้าที่หลัก ๆ คือช่วยป้องกันความร้อน ไม่ให้โรงงานเกิดการสะสมความร้อนภายในพื้นที่มากเกินไป ซึ่งหากปล่อยให้โรงงานร้อนกว่าที่ควรจะเป็น สิ่งที่ตามมากก็คือ เครื่องจักร เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในโรงงานจะทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าค่าไฟก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย และหากปล่อยให้ความร้อนสะสมไปแบบเรื้อรังยาวนานต่อเนื่อง ก็จะยิ่งสิ้นเปลืองค่าไฟไปโดยใช่เหตุแบบที่บางทีผู้ประกอบการก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ดังนั้น การติดฉนวนกันความร้อนโรงงาน จึงถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนในการผลิตได้โดยตรง ซึ่งเมื่อต้นทุนลด นั่นหมายความว่ากำไรก็จะเพิ่มขึ้นได้เลยทันที แม้รายได้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นก็ตาม


2.ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียค่าซ่อมบำรุง

สืบเนื่องจากข้อแรกหากผู้ประกอบการปล่อยให้ความร้อนสะสมมากเกินไปภายในโรงงาน เครื่องจักร เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลายที่ทำงานหนักมากขึ้นจากความร้อนนั้น จะเสี่ยงต่อการชำรุด เสื่อมโทรม เสียหาย ได้เร็วกว่าปกติ

ซึ่งในแต่ละครั้งที่เครื่องจักรเสียหาย ระบบปรับอากาศในโรงงานเสียหายนั้น ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมก็ถือว่ามหาศาลมาก มิหนำซ้ำ หากเครื่องจักรหยุดทำงาน นั่นก็จะทำให้กระบวนการผลิตไม่สามารถดำเนินต่อได้ ซึ่งอาจเสี่ยงสูญเสียรายได้ สูญเสียค่าปรับจากการส่งสินค้าล่าช้าได้อีกแบบที่ประเมินค่าไม่ได้เลย ดังนั้น การติดฉนวนกันความร้อนโรงงาน จึงถือว่าช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเสียเงินก้อนใหญ่จากอุปกรณ์เครื่องจักรชำรุดเสียหายได้อย่างมากเลยทีเดียว


3.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานได้มากขึ้น

หลาย ๆ คนอาจไม่เชื่อว่าฉนวนกันความร้อนจะทำหน้าที่ในการทำให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าเราลองนึกถึงว่า จะมีใครบ้างที่ทนทำงานในอากาศร้อน ๆ ได้ดี มีแรงกายเต็มเปี่ยม ไม่หงุดหงิด ก็คงเห็นด้วยได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือ ความร้อนสะสมภายในโรงงานนั้นไม่ได้เพียงแค่บั่นทอนแรงกายแรงใจของพนักงานเท่านั้น แต่ยังทำให้พนักงานเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้อีกด้วย

ซึ่งหากเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างที่กล่าวนึ้ขึ้นมา สิ่งที่ผู้ประกอบการโรงงานจะต้องรับมือก็คือ ค่าเสียหายจากความเจ็บป่วยของพนักงาน ค่าความเสียหายของกระบวนการผลิตที่เกิดจากการทำงานผลิตพลาดของพนักงาน ตลอดจนอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้หากพนักงานเจ็บหนักหรือเสียชีวิต เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ควบคุมอุณหภูมิความร้อนในพื้นที่ให้เหมาะสมกับสวัสดิภาพความปลอดภัยพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ หลาย ๆ คนอาจมองว่าความร้อนไม่น่าจะทำอันตรายรุนแรงต่อคนเราได้มากนัก แต่ถ้าลองพิจารณาถึงโรคลมแดด หรือ Heat Stroke ที่คร่าชีวิตผู้คนในหน้าร้อนอยู่บ่อย ๆ ก็คงพอมองเห็นภาพว่า การทำงานโดยสวมเสื้อผ้าหนา ๆ ออกแรงเยอะ ๆ หน้าเครื่องจักร ท่ามกลางบรรยากาศร้อน ๆ ภายในโรงงานนั้น ก็เสี่ยงเป็นอันตรายได้ไม่ยากเลย ดังนั้นแล้ว การติดฉนวนกันความร้อนในโรงงาน จึงมีส่วนอย่างมากที่จะช่วยลดความเสียหายต่อสุขอนามัยของพนักงานได้

การติดตั้งฉนวนกันความร้อนโรงงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามเลยเพราะมีส่วนโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยลดต้นทุน ช่วยเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจได้ ทั้งยังเป็นข้อบังคับตามกฎหมายอีกด้วยที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิความร้อนในสถานที่ทำงานให้เหมาะสมตามกำหนด ดังนั้น การลงทุนติดตั้งฉนวนกันความร้อน จึงไม่ใช่การลงทุนที่เปล่าประโยชน์ไม่คุ้มค่า และเป็นสิ่งเร่งด่วนที่ไม่ควรปล่อยเวลาให้เลยผ่านไป เพราะเราไม่มีวันรู้เลยว่า จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เกิดความเสียหายกับโรงงานได้เมื่อไร

หน้า: [1] 2 3 ... 14





















































อยากขายของดี
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
ขายสินค้าไม่สต๊อกสินค้า
เริ่มขายของออนไลน์
รับทำ seo ด่วน
smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
ไม่รู้จะขายอะไรดี

เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
โพสกระตุ้นยอดขาย
วิธีกระตุ้นยอดขาย เซลล์
วิธีแก้ปัญหายอดขายตก
เริ่มต้นขายของ
แหล่งรับของมาขายออนไลน์
ขายของออนไลน์อะไรดี
อยากขายของออนไลน์
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี

กลยุทธ์การหาลูกค้าใหม่
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
วิธีการหาลูกค้าของ sale
ทำ SEO ติด Google
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี
วิธีหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การหาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่า
ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
เพิ่มฐานลูกค้าใหม่
รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด

โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
ทําไงให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
เคล็ดลับขายของดี
ค้าขายไม่ดีทำอย่างไรดี
งานโพสโปรโมทงาน
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
หากลยุทธ์เพิ่มยอดขาย