การจัดฟันเด็กเพื่อแก้ไขความผิดปกติของการสบฟัน การจัดฟันในเด็กเพื่อแก้ไขความผิดปกติของการสบฟัน เป็นการรักษาที่สำคัญเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโครงสร้างฟันและขากรรไกรตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงที่ร่างกายยังมีการเจริญเติบโตอยู่ ทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพและช่วยป้องกันปัญหาที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต
ความผิดปกติของการสบฟันที่พบได้บ่อย
ความผิดปกติของการสบฟัน (Malocclusion) คือภาวะที่ฟันบนและฟันล่างไม่สบกันอย่างถูกต้อง โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ดังนี้
ฟันสบคร่อม (Crossbite): ฟันบนสบอยู่ด้านในของฟันล่าง
ฟันสบเปิด (Open Bite): ฟันหน้าบนและล่างไม่สามารถสบกันได้ แม้จะกัดฟัน
ฟันสบลึก (Deep Bite): ฟันหน้าบนสบคร่อมฟันหน้าล่างมากเกินไป
ฟันหน้ายื่น (Protrusion): ฟันหน้าบนยื่นออกมามากเกินไป
วิธีการแก้ไขด้วยการจัดฟันในเด็ก
การแก้ไขความผิดปกติของการสบฟันในเด็กมักจะทำใน การจัดฟันระยะที่ 1 (Phase 1 Orthodontics) โดยทันตแพทย์จะพิจารณาใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับปัญหาของเด็กแต่ละคน
เครื่องมือแบบถอดได้: เช่น เพลทขยายขากรรไกร (Expander) เพื่อช่วยขยายขากรรไกรบนให้กว้างขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาฟันสบคร่อม
เครื่องมือแบบติดแน่นบางส่วน: เช่น ตัวยึด (Space Maintainer) เพื่อรักษาช่องว่างของฟันที่หลุดไปก่อนเวลาอันควร เพื่อให้ฟันแท้มีพื้นที่ขึ้นได้อย่างถูกต้อง
เครื่องมือปรับโครงสร้างขากรรไกร: เป็นเครื่องมือที่ช่วยปรับการเจริญเติบโตของขากรรไกรให้สมดุลและสบกันได้พอดีมากขึ้น เช่น การใช้ Headgear สำหรับปัญหาฟันหน้ายื่น
ประโยชน์ของการแก้ไขแต่เนิ่นๆ
แก้ไขโครงสร้างได้ง่าย: ในวัยเด็กกระดูกขากรรไกรยังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต ทำให้สามารถปรับโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด
ลดความเสี่ยงปัญหาในอนาคต: การสบฟันที่ผิดปกติอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ปวดข้อต่อขากรรไกร, ฟันสึก, หรือปัญหาในการออกเสียง
ช่วยให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น: เมื่อฟันเรียงตัวได้ดีขึ้น การแปรงฟันและทำความสะอาดก็จะง่ายขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบในระยะยาว